ลิงค์ที่น่าสนใจ


    สถิติการใช้งาน

ข้อมูลทั่วไป  ข้อมูลพื้นฐาน

ข้อมูลพื้นฐาน

ข้อมูลจังหวัดสระแก้ว

ประวัติจังหวัดสระแก้ว

          จังหวัดสระแก้ว  มีที่มาจากชื่อสระน้ำโบราณในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว  ซึ่งมีอยู่ 2 สระ  ในสมัยธนบุรี ประมาณปี พ.ศ.2323  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  เมื่อครั้งทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพยกไปตีประเทศเขมร (ราชอาณาจักรกัมพูชา)  ได้แวะพักบริเวณสระแก้วทั้งสองแห่งนี้  กองทัพได้อาศัยน้ำจากสระใช้สอย  จึงได้ขนานนามสระทั้งสองว่า “สระแก้วสระขวัญ”  และได้นำน้ำจากสระทั้งสองแห่งนี้ใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาโดย ถือว่าเป็น น้ำบริสุทธิ์

          สระแก้วเดิมมีฐานะเป็นตำบล  ซึ่งสมัยก่อนได้ตั้งเป็นด่านสำหรับตรวจคนและสินค้าเข้าออก  มีข้าราชการตำแหน่งนายกองทำหน้าที่เป็นนายด่าน  จนถึงปี พ.ศ.2452  ทางราชการจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอชื่อว่า “กิ่งอำเภอสระแก้ว”  ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอกบินทร์บุรี  โดยใช้ชื่อสระน้ำเป็นชื่อกิ่งอำเภอและจังหวัดจนถึงปัจจุบัน  ต่อมาเมื่อวันที่  23 กรกฎาคม 2501  ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอชื่อว่า “อำเภอสระแก้ว”  ขึ้นอยู่ในการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรีและต่อมาเมื่อวันที่  1 ธันวาคม 2536  ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้น  ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษเล่มที่ 110  ตอนที่ 125  ลงวันที่ 2 กันยายน 2536  เป็นผลให้จังหวัดสระแก้วได้เปิดทำการในวันที่  1 ธันวาคม 2536  โดยเป็นจังหวัดที่ 74  ของประเทศไทย  โดยแยกอำเภอสระแก้ว  อำเภอคลองหาด  อำเภอวังน้ำเย็น  อำเภอวัฒนานคร  และอำเภออรัญประเทศ  ออกจากการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี  และเมื่อได้ศึกษาด้านการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ในดินแดนที่เป็นจังหวัด สระแก้ว  จะพบหลักฐานการพัฒนาทางประวัติศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 4,000  ปี  ก่อนคริสต์ศักราช  ดังมีหลักฐานยืนยันตามลำดับ  ดังนี้

          1.  จังหวัดสระแก้ว  ในยุคหินใหม่-ยุคโลหะได้ค้นพบโบราณวัตถุมากมาย  ที่บ้านโคกมะกอก ต.เขาสามสิบ  อ.เขาฉกรรจ์

          2.  จังหวัดสระแก้วในยุคเจนละ-ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-14)  ได้ค้นพบจารึกช่องสระแจงที่ตาพระยา  จารึกเขาน้อย  เขาน้อยสีชมพู  และประสาทเมืองไผ่ที่อรัญประเทศ

          3.  จังหวัดสระแก้ว  ในยุคขอมเมืองนคร (พ.ศ.1345-1763)  ได้ค้นพบประสาทสด๊กก๊อกธม  ปราสาทเขาโล้น  จารึกทัพเสียม                  ในเขตโคกสูง  ตาพระยา  โบราณสถานหนองบอน  หลุมวิสาแสงในเขตวัฒนานคร  และสระแก้ว-สระขวัญ  สระพระเนตร ในเขตเมืองสระแก้ว

          4.  จังหวัดสระแก้วในยุคสุโขทัย (พ.ศ.1778-1893)  ได้ค้นพบใบเสมา  พระพิฆเนศ ฯลฯ  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า  อิทธิพลของอาณาจักรทวารวดี  มีการขายอิทธิพลมาที่ศรีมโหสถ  ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12  เข้ามามีอิทธิพลในเขตสระแก้วมากขึ้น  โดยเฉพาะพุทธศาสนาได้เข้ามามีอิทธิพลในกลุ่มปวงชนที่อาศัย  และตั้งถิ่นฐานเดิม  จนศาสนาพราห์ม ฮินดู  เริ่มอ่อนกำลังลง

          5.  จังหวัดสระแก้ว  ในยุคกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1893-2310)  ยุคนี้  เป็นยุคของคนไทย ซึ่งได้ขยายอาณาเขตครอบคลุมเขมรอย่างเป็นรูปธรรม  โดยเฉพาะเขตพื้นที่ของจังหวัดสระแก้วได้เป็นเส้นทางใช้ในการสงครามกับเขมร ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์  ต่อไปนี้

                   -  ปี พ.ศ. 1895  พระเจ้าอู่ทองยกทัพไปตีเขมร

                   -  ปี พ.ศ. 1897  พระเจ้าอู่ทองได้มอบหมายให้ทางพระรามเมศวร  และขุนหลวงพระงั่วไปตีเขมร

                   -  ปี พ.ศ. 1974  พระเจ้าสามพระยายกตราทัพไปตีเขมรที่นครวัด  นครธม  ได้เขมรมาเป็นทางการ

                   - ปี พ.ศ. 2136  สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ยกทัพจากกรุงศรีอยุธยาผ่านวิหารแดง  บ้านนาเมืองนครนายก  ด่านกบแจะ (ประจันตคาม)  ด่านหนุมาน (กบินทร์บุรี)  ด่านพระปรง (สระแก้ว)  ช่องตะโกเข้าไปตีเขมร  สงครามครั้งนั้นทำให้เขมรตกเป็นเมืองขึ้นของไทยมาโดยตลอด  และไทยได้อ้างว่าเขมรเป็นรัฐบรรณาการของไทย  จนกระทั่งกัมพูชาตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2403  การยกทัพครั้งนั้น เชื่อกันว่าสมเด็จพระนเรศวรได้หยุดพักทัพอยู่ในเขตพื้นที่ของวัฒนานคร จนชาวสระแก้วได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ให้ไว้ที่วัฒนานคร

          6.  จังหวัดสระแก้วในยุคธนบุรี (พ.ศ. 2310-2325)  ปี พ.ศ. 2324 เป็นปีที่จังหวัดสระแก้วต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของจังหวัด เนื่องจากในปีนี้  พระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสิน)  ได้มอบหมายให้เจ้าพระยาจักรีคุมทัพไปปราบปรามความไม่สงบเรียบร้อยในกัมพูชา  อันเนื่องมาจากสาเหตุที่พระรามราชา (นักอังนน)  กษัตริย์ของกัมพูชาซึ่งเป็นกษัตริย์ที่พระเจ้ากรุงธนบุรี แต่งตั้งให้ปกครองกัมพูชาถูกปลงพระชนม์  เจ้าพระยาจักรีได้ยกทัพออกจากกรุงธนบุรีในเดือนยี่ พ.ศ. 2324  และได้มาหยุดพักที่สระแก้ว-สระขวัญ  ก่อนที่จะยกทัพไปตีเสียมราฐ  เมื่อเจ้าพระยาจักรียกทัพไปจัดการความไม่สงบเรียบร้อยที่เสียมราฐได้แล้ว  จึงยกทัพกลับกรุงธนบุรีในวันแรม 9 ค่ำเดือน 5 พ.ศ. 2325

          7.  จังหวัดสระแก้ว  ในยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2325 – ปัจจุบัน)  ในยุคนี้ เป็นยุคที่บ้านเมืองในเขตจังหวัดสระแก้ว  ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น เพราะรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้ายกบ้านหินแร่ (อรัญทุ่งแค)  ขึ้นเป็นเมืองอรัญประเทศ  ยกบ้านแขยกขึ้นเป็นเมืองวัฒนานคร  ส่วนสระแก้วยังใช้ชื่อด่านพระปลง ในรัชกาลที่ 5  ได้จัดตั้งด่านสระแก้ว  และยกเมืองวัฒนานคร  เมืองอรัญประเทศเป็นกิ่งอำเภอ  ขึ้นตรงต่ออำเภอกบินทร์บุรี  และสร้างทางรถไฟสายตะวันออกมาถึงแปดริ้ว  ในรัชกาลที่ 6-7  ได้ขยายเส้นทางรถไฟมาถึงอรัญประเทศ  ในรัชกาลที่ 8 เกิดสงครามเอเชียบูรพาพื้นที่ของอรัญประเทศ  กลายเป็นสนามรบเพราะญี่ปุ่นใช้เส้นทางของอรัญประเทศเพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ  พอเข้าสู่ยุคของรัชกาลที่ 9  สระแก้ว  ได้ยกสถานภาพเป็นจังหวัด  ที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้านเกษตรกรรม การท่องเที่ยว  การค้าชายแดน  เมืองวัฒนธรรม  และจะเป็นประตูสู่อินโดจีน

 

ตราประจำจังหวัดสระแก้ว

 

     1.  ด้านหลังเป็นภาพพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ

     2.  ตอนกลางเป็นภาพโบราณสถานปราสาทเขาน้อยสีชมพู

     3.  ด้านหน้าเป็นภาพพระพุทธรูปปางสรงน้ำฝน  ประทับยืนบนดอกบัว

     4.  ด้านหลังสุดเป็นสระน้ำมีดอกบัว

 

คำอธิบาย

      1.  ภาพพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ หมายถึง การที่จังหวัดสระแก้วตั้งอยู่ทางทิศบูรพา

      2.  ภาพโบราณสถานปราสาทเขาน้อยสีชมพู  เป็นโบราณสถานที่สำคัญในเขตจังหวัดสระแก้ว

      3.  ภาพพระพุทธรูปปางสรงน้ำสรงน้ำฝน  ประทับยืนบนดอกบัว เป็นพระพุทธรูปที่จะสร้างเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด  สูง 2,536 กระเบียด (16.1036 ม.) เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ  และเป็นนิมิตรหมายแห่งความชุ่มชื่น  ร่มเย็น

 


ที่มา : สำนักงานจังหวัดสระแก้ว

ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2556